Home > รับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 5

รับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 5

 

 

  รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ

ครั้งที่ 11 /2549

วันศุกร์ที่  1  ธันวาคม 2549   เวลา  09.30  น.

ณ  ห้องประชุมเวียงโกศัย   ชั้น  2   ศาลากลางจังหวัดแพร่

************** 

ผู้มาประชุม

1.นายอธิคม  สุพรรณพงศ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่   ประธาน

2.  นายสุกิจจา  กรุณานนท์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่   

3. นายศักดา  สุวรรณายะ  (แทน) ปลัดจังหวัดแพร่

4. นายสมชาย  จุฬามณี   (แทน)  อัยการจังหวัดแพร่

5. พ.ต.ท.อัยรัตน์  กมลรัตนา  (แทน) ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่  

6.  นายชาญชัย  ศิลปอวยชัย  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่

7.  นายสัมฤทธิ์  ข้ามสาม   (แทน)  นายกเทศมนตรีเมืองแพร่

8. นายเบญจพล  เปรมปรีดา  หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแพร่

9. พระใบฎีกาอุดร อุตตรเมธี  (แทน) รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย

                  วิทยาเขตแพร่

10. นายสุนัย  วงศ์สุวคันธ  (แทน) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่  เขต 1

11. นายชูชีพ  ชีพอุดม   (แทน) ผู้อำนวยการโครงการมหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ

12. นายสิทธิพร วังมณี (แทน)ประธานอาชีวศึกษาจังหวัดแพร่

13. นายสุขพล  อินตาพรหม  (แทน)  เกษตรและสหกรณ์จังหวัดแพร่

14. นายศราวุธ  ปวนธิ   (แทน)  ขนส่งจังหวัดแพร่     

15. นางสาววรนันต์ รุ่งเรือง   คลังจังหวัดแพร่

16. นายปรีดา  ดีสุวรรณ  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแพร่

17. นางปทุมภรณ์ แย้มเกิด   (แทน)  พาณิชย์จังหวัดแพร่    

18. นางสุวรา  พงศ์ปัญญาเนตร  (แทน) แรงงานจังหวัดแพร่    

19. นายรังสรรค์  วิสุทธิสระ  (แทน)  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแพร่ 

20. นายภูวา  เหมืองทอง  (แทน) อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่

21. นายประจวบ  โพธิจันทร์  (แทน)  พัฒนาการจังหวัดแพร่

22. นายณรงค์  ทาอุปรงค์  (แทน)  โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแพร่

23. จ.ต.สุภาพ  พวงสมบัติ  (แทน) ประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่   

24. นางเมตตา  อนุศาสนกุล  (แทน) สถิติจังหวัดแพร่

25. นายดุสิต โกไศยกานนท์ (แทน)  ผู้อำนวยการแขวงการทางแพร่

26. นายเดชา ชัยชนะ (แทน)  ทางหลวงชนบทแพร่ 

27.  นายบวร กุลดิลก ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่

      28. นายสิโรตม์  มียศ (แทน)  ผู้อำนวยการศูนย์การท่องเที่ยวกีฬาและนันทนาการ

            จังหวัดแพร่

29. นายประวิทย์ กาญจนะ (แทน)  วัฒนธรรมจังหวัดแพร่

30. นายเสรี  ทรงศักดิ์   ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนแพร่  

31.  นายณัชนพงศ์ วงศ์บุรี   ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวแพร่ 

32. นายยุทธนา สายสิงห์ทอง ท้องถิ่นจังหวัดแพร่ 

33. ว่าที่ร.ต.ศราวุธ กรจิระเจริญ (แทน) นายอำเภอเมืองแพร่

34. นายชูศักดิ์  ติยะจาวร  (แทน) นายอำเภอเด่นชัย

35. นายคเณศ คำนนท์ (แทน) นายอำเภอวังชิ้น

36. นายวิทิต เที่ยงไทย (แทน)  นายอำเภอร้องกวาง

37. นายสุแก้ว จันทร์ต๊ะวงศ์  (แทน)  นายอำเภอหนองม่วงไข่

38. นายชัชวาลย์  ใจเย็น   ประธานชมรมธนาคารจังหวัดแพร่

39. นายชัยรัตน์     ฤตวิรุฬห์  ประธานเครือข่ายวุฒิอาสาธนาคารสมองจังหวัดแพร่

40. นายมนตรี  รัตนวรรณนุกูล  (แทน)  ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดแพร่ 

41 นายเพียร กลิ่นจันทร์    (แทน)  ผู้จัดการการประปาจังหวัดแพร่

42. นางกัลยา บุญศิริ (แทน)  หัวหน้าสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดแพร่

43. นายธนิต จ่าภา (แทน)  ผู้อำนวยการโครงการชลประทานแพร่ 

44. นายอนุวัติ อุปนันทไชย (แทน)  ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดแพร่

45. นางรัตนาภรณ์ สืบแสน   (แทน)  เกษตรจังหวัดแพร่    

46. นายนายสมศักดิ์ วงศ์คำ   (แทน)  ผู้อำนวยการ  สนง.พระพุทธศาสนาจังหวัดแพร่ 

47. นายสุวพร  สวัสดิ์มูล  (แทน)  สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดแพร่

48. นายวินิจ อนิธรรมเวช หัวหน้าสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดแพร่ 

49.  นายสุรัตน์ ปาลนันทน์ (แทน) ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดแพร่ 

50.  พ.ต.ท.ถาวร ยอดวีระพงศ์ (แทน)  ผกก.สภ.อ.ร้องกวาง

51. นายสุรศักดิ์  ปาเฮ    (แทน)  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ เขต 2 

52. นายอำนวย เรือนสุข (แทน)  ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพสอง

53. นายมนตรี รัชโลธร (แทน)  ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแพร่  

54. นายพานิช อุ่นอก (แทน)  ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคแพร่

55. นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ จนท. วิเคราะห์นโยบายและแผน 7 ว  สนจ.แพร่

56. นางเฉลิมศรี บุญมาก จนท. วิเคราะห์นโยบายและแผน 6 ว  สนจ.แพร่

   
 
 
 
 

ผู้เข้าร่วมประชุม

1.  นายดำรงศักดิ์ พิมพาสุต วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแพร่

2.  นางนรินทร์ จารุรัตน์ สำนักงานคลังจังหวัดแพร่

3. นายสงค์ศักดิ์ คำดี ผู้อำนวยการศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จ.แพร่

4. นายสุวิทย์ สมบัติ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่

5. นางกัลยาภรณ์ ทังสุภูมิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่

6. นายพงศ์เทพ เทียมดาว จนท. วิเคราะห์นโยบายและแผน 7 ว  สนจ.แพร่

7. นางสาวปาริชาติ อมรฉัตร นักพัฒนาระบบราชการ ก.พ.ร.

ผู้ไม่มาประชุม 

1.  ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ        ติดราชการ

3. ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคเหนือ      ติดราชการ

4.   ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคเหนือ     ติดราชการ

5.   ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13       ติดราชการ

6.  พลังงานจังหวัดแพร่       ติดราชการ

7.   ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดแพร่      ติดราชการ

8.   นายอำเภอสูงเม่น       ติดราชการ

9. นายอำเภอสอง       ติดราชการ

10. นายอำเภอลอง       ติดราชการ

11. หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย      ติดราชการ

12. หน.สนง. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่     ติดราชการ

13. ปศุสัตว์จังหวัดแพร่       ติดราชการ

14. หัวหน้ากลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร   สำนักงานจังหวัดแพร่   ติดราชการ

15. หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ  สำนักงานจังวัดแพร่      ติดราชการ

16. หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด  สนจ. แพร่    ติดราชการ

17. ประธานชมรมคณะกรรมการบริหาร อบต.      ติดภารกิจ

18. ประธานหอการค้าจังหวัดแพร่        ติดภารกิจ

19. ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่       ติดภารกิจ

20. ผู้จัดการส่วนปฏิบัติการโทรศัพท์จังหวัดแพร่      ติดภารกิจ

21. ประธานชมรมเทศบาลจังหวัดแพร่       ติดภารกิจ

22. ประธานศูนย์ประสานงานองค์ภาคเอกชนจังหวัดแพร่     ติดภารกิจ 

เริ่มประชุมเวลา  09.40  น. 

            เมื่อที่ประชุมพร้อมแล้ว  นายอธิคม สุพรรณพงศ์   ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่

            ได้เปิดประชุม   และประชุมตามระเบียบวาระดังนี้

ระเบียบวาระที่ 1  เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ 

ประธาน  ในการประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ ครั้งนี้ มีหลายประเด็น

                  ที่จะนำเสนอให้ที่ประชุมได้รับทราบ และพิจารณา  โดยเรื่องเพื่อทราบ  สรุปได้ดังนี้

          1. วันนี้ (1 ธันวาคม 2549)  ขอเชิญร่วมพิธีปล่อยพันธ์สัตว์น้ำ  เนื่องในวัน

                  เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ณ ลำน้ำยม บริเวณท่าทราย ม.4

              2.   การปรับเปลี่ยนการบริหารงานใหม่  โดยยกเลิกคำว่า CEO  เป็น  การบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ  และการจัดสรรงบประมาณก็เปลี่ยนแปลง ในส่วน

            ของงบ CEO  ก็ยกเลิก

          1. การดำเนินการตามงบประมาณบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ

            ทั้งงบกลุ่มจังหวัด จังหวัดและเงินเหลือจ่าย  ปีงบประมาณ พ.ศ.2549  ซึ่งได้สรุปผล

            การใช้จ่ายเงินงบประมาณให้ที่ประชุมได้รับทราบ โดยจังหวัดแพร่มีผลการเบิกจ่าย

            เป็นไปตามเป้าหมาย

                       (รายละเอียดเป็นไปตามเอกสารที่แจกจ่ายให้ที่ประชุม )

              4.   การจัดสรรสรรเงินรางวัลประจำปีให้กับข้าราชการและลูกจ้างประจำของ

        จังหวัดแพร่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2548  ครั้งที่  2 ซึ่งมีการประชุมคณะทำงานฯไป 2-3 ครั้ง และได้มีมติจัดสรรเงินรางวัลในอัตราส่วน 70:30  โดยส่วนแรก (70%)

        จัดสรรให้ข้าราชการและลูกจ้างในสังกัดราชการส่วนภูมิภาคในอัตราเท่ากัน  และส่วนที่สอง (30%)  ให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบแต่ละตัวชี้วัด ในยุทธศาสตร์ต่างๆ

                   (รายละเอียดได้เวียนแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ตามหนังสือจังหวัดแพร่ ด่วนที่สุด ที่ พร 0016.2/ว 3186 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2549)

              5.  การขับเคลื่อนสำนักบริหารงบประมาณกลุ่มจังหวัด (The Office of Strategy  Management : OSM) เรื่องนี้เป็น เรื่องของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน

            ที่จะต้องร่วมมือกันทำงาน  โดยการจัดตั้งสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด

            และมอบหมายให้มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานใน OSM. ในส่วนของกลุ่มภาคเหนือตอนบน

            สำนักงาน OSM  ตั้งอยู่ ณ สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ โดยจังหวัดเชียงใหม่ เป็น

            หัวหน้ากลุ่มและผู้ประสานงานกลุ่ม

              6.  ยุทธศาสตร์การจัดสรรและวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ

        2550  ซึ่งจะต้องชี้แจงการดำเนินการ โดยหัวหน้าสำนักงานจังหวัดแพร่ ได้ชี้แจง

        รายละเอียดในเบื้องต้นก่อนการประชุมไปบ้างแล้ว  ในเรื่องยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขของ

        จังหวัด  ซึ่งกำหนดให้ส่งกระทรวงมหาดไทยภายในวันที่ 1 ธันวาคม  2549

                   (รายละเอียดได้เวียนแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ตามหนังสือจังหวัดแพร่ ที่ พร 0016.2/ว 3158 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549  และเรื่องการจัดทำแผนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขจังหวัด  ตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ พร 0016.2/ว 3376 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน  2549)  

              7.  สรุปผลการดำเนินการตามโครงการส่งเสริมความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง

        จังหวัดแพร่ ได้เดินทางไปสร้างความสัมพันธ์  และได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง ว่าด้วยความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับ เขตปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนา

        แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน  ทั้งนี้  จังหวัดแพร่ ได้จัดทำเอกสารสรุปผลการ

        ดำเนินการตามโครงการดังกล่าว เผยแพร่ไปทุกหน่วยงานแล้ว

                   (รายละเอียดได้เวียนแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว  ตามหนังสือจังหวัดแพร่

            ที่ พร 0016.2/ว 3237 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2549)

              8.  ร่างรายงานการตรวจสอบติดตามผลการดำเนินงานระบบบริหารงาน

            จังหวัด แบบบูรณาการ ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน  โดยจากการสุ่มตรวจสอบ

            และติดตามผลการดำเนินงานระบบการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ มีข้อเท็จจริง

            หลายประการที่สามารถใช้เป็นแนวทางในการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพได้ ซึ่ง

        มีประเด็นที่เป็นข้อสังเกตต่าง ๆ จะเป็นบทเรียนในการบริหารจัดการไม่ว่างบประมาณในส่วนใดก็ตาม

                   (รายละเอียดได้เวียนแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว  ตามหนังสือจังหวัดแพร่

            ที่ พร 0016.2/ว 3205  ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2549)

              9.   เรื่องสุดท้ายในเรื่องเพื่อทราบ  ตามวาระการประชุมที่กำหนดไว้  คือสรุปปัญหาอุปสรรคการดำเนินงานการบริหารงบประมาณระบบ GFMIS กระทรวง มหาดไทย ได้รับการประสานจากสำนักงานกำกับระบบ GFMIS มีปัญหาในการ

            ดำเนินงาน เช่น  อุปกรณ์ไม่เพียงพอ   การขาดความรู้ความเข้าใจระบบ  GFMIS

 

              สำหรับเรื่องที่จะแจ้งให้ที่ประชุมทราบเพิ่มเติม  คือ สำนักงาน ก.พ.ร. โดยสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี  ได้มีหลักสูตรโครงการพัฒนานักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่เป็นรุ่นที่ 2 หลายท่านคงทราบข้อมูล จากสื่อมวลชน

            โดยใช้ชื่อว่า  ข้าราชการพันธุ์ใหม่   โดยผู้เข้าศึกษาในโครงการ แบ่งเป็น 3 ประเภท

            ประเภทที่ 1 คือ  กลุ่มนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท

            อายุไม่เกิน 30 ปี หรือ ระดับปริญญาเอก อายุไม่เกิน 35 ปี  คือจะรับผู้ที่สำเร็จการศึกษา

            ใหม่ ๆ  และมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดไว้

            ประเภทที่ 2 คือ กลุ่มข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐประเภทต่าง ๆ ที่สำเร็จการศึกษา

            ระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท อายุไม่เกิน 30 ปี หรือ ระดับปริญญาเอก อายุไม่เกิน

            35 ปี  ในสาขาวิชาชีพใด ๆ  จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรอง และมี

            ประสบการณ์การทำงานในหน่วยงานภาครัฐไม่น้อยกว่า 2 ปี    

            ประเภทที่ 3 คือ กลุ่มบุคคลที่ทำงานภาคเอกชนหรือหน่วยงานระหว่างประเทศ  ที่

            สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท อายุไม่เกิน 30 ปี หรือ ระดับปริญญา

            เอก อายุไม่เกิน 35 ปี  ในสาขาวิชาชีพใด ๆ จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรอง

            และมีประสบการณ์การทำงานในหน่วยงานภาครัฐไม่น้อยกว่า 2 ปี

              ทั้งนี้ หลักสูตรกำหนดระยะเวลา ประมาณ 1 ปี โดยจะฝึกงานที่จังหวัด 5 เดือน และฝึกงานในต่างประเทศ จากนั้น จะทำงานในกรุงเทพฯ  หรือหน่วยงานต่าง ๆ   ตาม

                  ความเหมาะสม  ซึ่งในรุ่นที่ 2 โดยสำนักงาน ก.พ.ร.  ร่วมกับสถาบันส่งเสริมการบริหาร

            กิจการบ้านเมืองที่ดี ได้มีหนังสือสอบถามผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้เสนอชื่อผู้ว่า

            ราชการจังหวัด 5 จังหวัด เรียกว่าเป็นครูผู้สอน  จังหวัดที่ได้รับหนังสือจะเสนอ

            ผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดอื่น และตอบแบบสอบถามความพร้อมของจังหวัดที่ได้รับ

            หนังสือ  โดยจังหวัดแพร่เสนอไป 5 จังหวัด และในส่วนของจังหวัดแพร่  ก็ตอบรับ

            ไปแล้ว  ผลปรากฏว่าจังหวัดแพร่  เป็นหนึ่งใน 43 จังหวัดทั่วประเทศ  ที่ได้รับเลือก

            เข้าร่วมโครงการ โดยผู้เข้าร่วมโครงการ จะเริ่มทำงานตั้งแต่  วันที่ 1 ธันวาคม 2549 

            ถึงวันที่  30  เมษายน  2550  รวม 5 เดือน

              ในการนี้  ขอแนะนำผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนานักบริหารการเปลี่ยนแปลง

                  รุ่นใหม่  รุ่นที่ 2  ของจังหวัดแพร่   คุณปาริชาติ   อมรฉัตร จบการศึกษาปริญญาตรี 

                  สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารในวุฒิวิทยาศาสตร์บัณฑิต จาก 

                  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาโท วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาการจัดการ

                  สิ่งแวดล้อม จาก จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มนักศึกษาประเภทที่เพิ่ง

                  จบการศึกษา เมื่อผ่านหลักสูตรนี้แล้ว  สำนักงาน ก.พ.ร.  จะพิจารณาบรรจุแต่งตั้งตาม

                  ความเหมาะสมต่อไป โดยให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่  ทำหน้าที่เป็นครูผู้ฝึกสอนงาน

                  โดยจะมีหนังสือขอความร่วมมือทุกส่วนราชการให้บุคคลผู้นี้ได้เข้าไปศึกษา หรือ

            เข้าไปสังเกตการณ์ในงานต่าง ๆ  โดยเริ่มงานวันนี้ (1 ธันวาคม 2549)  เป็นวันแรกและ

            ได้เข้าร่วมประชุม  กบจ. ด้วย  โดยจะมีการประเมินผลของผู้ว่าราชการจังหวัด  ว่าได้

            สอนจริงหรือไม่ ทำหน้าที่เป็นอย่างไรบ้าง  จึงขอความร่วมมือหน่วยงานในการ

            แนะนำหรือให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ที่เข้าร่วมหลักสูตรดังกล่าว   เพราะเป็นผู้ที่ยังไม่

            เคยทำงานในระบบราชการ หรืออาจจะเคยทำงานเอกชน  แต่หลายสิ่งหลายอย่างคง

            จะต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจกันพอสมควร 

                      ในวาระเพื่อพิจารณา มีรายละเอียดในเรื่องเพื่อพิจารณา  สรุปได้  ดังนี้

                      1.  การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ซึ่งได้มอบหมายให้  ที่ทำการ

            ปกครองจังหวัด  ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2547 และ 2548 ตามที่รัฐบาลชุดใหม่และ

            คณะรัฐมนตรีได้ชี้แจงนโยบาย รวมทั้งการกำหนดแผนชาติฉบับที่ 10 ได้ยกประเด็น

            ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  มาเป็นแนวทางในการพัฒนา  ซึ่งประชุมส่วนราชการที่

            เกี่ยวข้องของกระทรวงมหาดไทย 4 หน่วยงาน  และได้วางกรอบการทำงานในขณะที่

            จังหวัดได้ดำเนินการไปแล้ว  ต่อมามีหนังสือสั่งการมาชัดเจน  ซึ่งแนวทางปฏิบัติ

            ใกล้เคียงกับที่จังหวัดดำเนินการ   โดยรายละเอียดจะให้ที่ทำการปกครองจังหวัดแพร่

            ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักในการที่จะเชื่อมโยงกับทุกส่วนราชการในการดำเนินงานตาม

            ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ซึ่งก็เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ย่อย ของยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข

            จังหวัด  เรื่องนี้เรื่องสำคัญ  โดยจะมี Work Shop ในส่วนที่เกี่ยวข้อง  จากนั้น จะได้

            ชี้แจงทำความเข้าใจร่วมกันทุกภาคส่วน  ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคองค์กรปกครอง

            ส่วนท้องถิ่น  ภาคประชาชน และ ภาคประชาสังคม  ซึ่งจะเป็นมิติในการทำงานใน

            ปีงบประมาณ 2550

                                (รายละเอียดเป็นไปตามเอกสารที่แจกจ่ายให้ที่ประชุม )

                  2.  เรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 โดยหลักการ

            ยังยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องชี้นำ  มีเอกสารสรุป โดยในรายละเอียดซึ่ง

            เป็นเอกสาร  ขอให้ไปศึกษาทำความเข้าใจใน 5 บริบท ในบทบาทต่างๆ  เป็นไปตาม

            แนวทางเดิม  ที่สำคัญ  คือ คำว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นอาจทำความเข้าใจยังไม่

            ทั่วถึงเท่าที่ควร ท่านนายกฯ  ให้ท่าน ดร.จิรายุ   อิศรางกูร ณ อยุธยา ซึ่งเป็นประธาน

            อนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในแผนชาติ ฉบับที่10 ที่มีการดำเนินงานมา

            ตั้งแต่แผน 9 รวมทั้งแผน 8 ด้วย ในสามห่วงสองเงื่อนไข ก็จะเป็นจุดเชื่อมโยงความ

            พอประมาณมีเหตุผลภูมิคุ้มกันที่ดี  และในเรื่องของเงื่อนไขต่าง ๆ เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต

            ซึ่งในรายละเอียดได้มีการทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง  แต่เชื่อว่าทุกกระทรวง คงมีการ

            ถ่ายทอดเรื่องนี้มาสู่การปฏิบัติ

                        (รายละเอียดเป็นไปตามเอกสารที่แจกจ่ายในที่ประชุม )

                  3.  การดำเนินการตามนโยบาย  จังหวัดแพร่ ได้จัดทำป้ายคัดเอ้าท์  ติดตั้ง

            บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด มีรูป ฯพณฯ  ท่านนายกรัฐมนตรี ในระหว่างเดินทาง

            ปฏิบัติหน้าที่ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช อ. เด่นชัย  เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2549

        ในฐานะที่ท่านเป็นรองประธานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ตามนโยบาย

            รัฐบาลที่แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ 3  พฤศจิกายน 2549  มีจำนวน

            5   เรื่อง   นโยบายการปฏิรูปการเมือง การปกครอง และการบริหาร นโยบายเศรษฐกิจ 

            นโยบายสังคม  นโยบายการต่างประเทศ  และนโยบายการรักษาความมั่นคงของรัฐ

            และกรอบการทำงานตามนโยบาย 4 ป ได้แก่  โปร่งใส เป็นธรรม ประหยัด และ

            มีประสิทธิภาพ ซึ่งสำนักงานจังหวัดแพร่  ได้จัดทำสรุปประเด็นไว้  โดยขอให้ได้

        ศึกษารายละเอียดจาก เว็บไซด์ ซึ่งสามารถดูได้จากหลายเว็บไซด์  เช่น WWW.thaigov.go.th   เป็นต้น   โดยนโยบาย ด้านเศรษฐกิจ ยังคงใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเน้นในเรื่องนโยบายทางด้างสังคม   ด้านการต่างประเทศ   นโยบาย

        มีความกระชับ ชัดเจน เมื่อถ่ายทอดลงสู่ระดับจังหวัด

                        (รายละเอียดเป็นไปตามเอกสารที่แจกจ่ายในที่ประชุม )

              ในการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการ  ยังคงดำเนินการอยู่  แต่งบประมาณบริหารจังหวัดแบบบูรณาการ  นั้นถูกยกเลิกไป คงมีเพียงงบประมาณในส่วนของFunction   คือในส่วน กระทรวง กรม ที่ส่วนกลาง และ  งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ดังนั้นในส่วนของจังหวัด  คงต้องมีหน้าที่ในการเชื่อมโยง

        ปรุงแต่ง ปรับแต่งยุทธศาสตร์ของจังหวัดที่วางไว้เดิมในปี 2550 มาปรับให้เข้ากับยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข  เพื่อสอดรับกับนโยบายรัฐบาลและแผนชาติฉบับที่ 10 ที่กำหนดให้คนเป็นศูนย์กลาง

              4.   ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขของจังหวัด  ในนโยบายรัฐบาลจะระบุว่า

        อยู่เย็นเป็นสุข มียุทธศาสตร์ย่อยอยู่ 5 ยุทธศาสตร์ย่อย  ได้แก่

              - ยุทธศาสตร์ย่อย  เศรษฐกิจพอเพียง  ซึ่งเป็นเครื่องชี้นำในการทำงาน มี

            กลยุทธ์ย่อย ๆ   ซึ่งเป็นตัวอย่างในการที่จะเสริมสร้างและสอดรับในการขยายผลให้

            เกิดแนวทางการปฏิบัติซึ่งอาจจะมีเพิ่มเติมได้ในระดับจังหวัด ในขณะนี้  จังหวัดต้อง

            แจ้งชื่อโครงการ ชื่อกิจกรรม ชื่องาน ชื่อแผนงาน ที่จะกำหนดงบประมาณโดยย่อ ๆ

            เพื่อที่จะ นำไปสู่การพิจารณาแปรญัตติต่าง ๆ  ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้นำเสนอเพื่อ

            จะมีกรอบที่มีลักษณะคล้ายเป็นกรอบวงเงิน  ในสมัยของ นายอานันต์ ปันยารชุน

            เป็นนายกรัฐมนตรี  มีโครงการพัฒนาจังหวัด ที่มีกรอบ 3 ด้าน  คือ น้ำกิน น้ำใช้

            อาชีพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   มีวงเงินมาคล้าย ๆ  กับ กสช. ซึ่งมี

            กรอบให้จังหวัดทำงาน และให้มีโครงการเพื่อไปสนับสนุนในกรอบนั้นๆ แต่

            โครงการดำเนินการมา 2 ปี   ได้ปรับเปลี่ยนเป็นโครงการอื่น

              -  ยุทธศาสตร์ย่อย  ผลิตชุมชน อาจจะเป็นชื่อใหม่ แต่ยังไม่ยกเลิก OTOP เป็น

            ชื่อใหม่ที่ปรับแต่ง เพื่อมุ่งเน้นในแง่ของภาคประชาชนในกลุ่มต่างๆ มากขึ้น ส่วนกลุ่ม

            OTOP จะเป็นในลักษณะของมาตรฐานสู่สากลในอีกระดับหนึ่ง  ซึ่งจะเน้นในเรื่อง

            ของการบรรจุผลิตภัณฑ์  การตราสัญลักษณ์  ต่างๆ ซึ่งในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ

            ตอนบน  ได้มีโครงการที่สอดรับ ในเรื่องของลานนาเทรนด์

              -  ยุทธศาสตร์ย่อย  การสงเคราะห์   ยุทธศาสตร์นี้เป็นเรื่องด้านสังคม เป็นการเชื่อมโยง กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  นอกจากนี้ ยังมีแยกอีก 3 ยุทธศาสตร์  คือ ยุทธศาสตร์สังคมไม่ทอดทิ้งกัน   ยุทธศาสตร์พื้นที่สังคม

            และยุทธศาสตร์ของการสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสต่าง ๆ คงจะต้องทำงานร่วมกันในมิติ

            ด้านการสงเคราะห์

              - ยุทธศาสตร์ย่อย  ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ในเรื่องนี้  กระทรวง

            ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  คงจะเป็นเจ้าภาพหลัก  ซึ่งมีกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่เป็น

            ตัวอย่างในเรื่องของการมีส่วนร่วมของชุมชน  การดูแลอนุรักษ์ทรัพยากร การใช้

            ประโยชน์อย่างยั่งยืน  รวมทั้งการที่จะให้ท้องถิ่นเป็นฐานในการการผลิตต่างๆ ซึ่งใน

            ประเด็นนี้  คงมีรายละเอียดที่จะต้องมาปรับยุทธศาสตร์ของปี 2550

              - ยุทธศาสตร์ย่อย  การบริการประชาชน  ในเรื่องนี้  กระทรวงมหาดไทย

        เป็นหลักในการดำเนินการ เช่น การจัดตั้งศูนย์บริการประชาชน  การจัดตั้งศูนย์

        บริการร่วม  การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน

                   (รายละเอียดเป็นไปตามเอกสารที่แจกจ่ายในที่ประชุม)

              5.  การยกเว้นการจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน  โดยสำนักงาน 

        ก.พ.ร. ได้สรุปความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ตามหลักเกณฑ์

        การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546  ในประเด็น การยกเว้นการจัดทำแผนการ

        บริหารราชการแผ่นดิน  การจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีการ

        งบประมาณ  ขอความร่วมมือหน่วยงานได้ศึกษารายละเอียดตามเอกสารที่แจ้งให้ทราบ

                      (รายละเอียดได้เวียนแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว  ตามหนังสือจังหวัดแพร่

            ด่วนที่สุด ที่ พร 0016.2/ว 3294  ลงวันที่  22 พฤศจิกายน 2549)

              6. การดำเนินการตามนโยบายของ  นายกรัฐมนตรี  เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2549  นายกรัฐมนตรี  ได้มอบนโยบายให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดในเบื้องต้นในเรื่องของหลักธรรมาภิบาล นโยบาย 4 ป   การแก้ไขปัญหาประเทศ   การสมานฉันท์ ความรักความสามัคคี  ซึ่งจะมีเอกสารย่อ ๆ ที่ กระทรวงมหาดไทยได้สรุปก็มอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดถ่ายทอดให้กับ หน่วยงาน  ซึ่งทำงานในระดับจังหวัดภาครัฐ  ภาคเอกชน

              ในส่วนของภาคเอกชน  ในการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ  ครั้งที่ 24

        ระหว่างวันที่  10-12  พฤศจิกายน 2549  ณ  โรงแรมสีมาธานี จังหวัดนครราชสีมา

        ซึ่ง  นายกรัฐมนตรี (พลเอกสุรยุทธ์  จุลานนท์)  ได้ไปปาฐกถาพิเศษในหัวข้อเรื่อง

        �� การเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศสู่ความยั่งยืน  เมื่อวันที่ 12

        พฤศจิกายน 2549  ได้นำหลักธรรมาภิบาล  และหลักศีล 5  มาใช้ในการบริหารงาน

        โดยหลักธรรมาภิบาล  6  ประการ  ได้แก่  หลักนิติธรรม  หลักคุณธรรม  หลักความ

        โปร่งใส  หลักความมีส่วนร่วม  หลักความคุ้มค่า  และหลักความสำนึกรับผิดชอบ

        โดยเฉพาะ เรื่องของการเศรษฐกิจพอเพียง  เริ่มตัวเองไปสู่ครอบครัว ชุมชน รวมตลอดทั้งประเทศชาติ  ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้เน้นเรื่องของศีลธรรม จริยธรรม  ในการนี้

        จังหวัดแพร่  โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่  ได้มีแนวคิดและดำเนินการล่วงหน้า  โดยนิมนต์  ท่านพระครูวิมน   กิตติสุนทร มาแสดงปาฐกถาในวันที่ 29 พฤศจิกายน  2549  ในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ประชุมประจำเดือน)  ซึ่งก็มีแนวคิดว่าในการประชุมทุกเดือน  จะมีการแสดงปาฐกถา ใน

        เรื่องต่าง ๆ  ที่หน่วยงานสนใจหรือมีข้อแนะนำ หรือ มีความประสงค์ให้ผู้ที่มีองค์ความรู้ต่าง ๆ  มาให้ความรู้  และทำงานร่วมกัน

              ตามวาระการประชุมที่ 4.4  เป็นประเด็นการขยายความที่นายกรัฐมนตรีได้มีกรอบการทำงานตั้งแต่มีการประชุม ครม. ครั้งแรก ในเรื่องของ 4 ป. ก็จะมีคำอธิบายในแต่และ ป. ว่าโปร่งใสเป็นอย่างไร ความเป็นธรรมเป็นอย่างไร ประหยัดเป็นอย่างไร  และในเรื่องของประสิทธิภาพ   แต่สิ่งที่รัฐบาลได้เน้นย้ำ  เป็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต  การทำงานที่จะใช้งานเป็นตัวตั้งมากกว่าในเรื่องของการเมือง  และนอกจากนั้น  ต้องพิจารณาเรื่องของการประหยัดเพราะเท่าที่ทราบว่า ในการตั้งงบประมาณ รัฐบาลมีหนี้สินประมาณสองแสนล้านบาท เพราะฉะนั้นการใช้เงินล่วงหน้าซึ่งคงต้องมีภาระที่จะต้องตั้งงบประมาณในเชิงขาดดุลเพื่อที่จะหางบประมาณ  ในการจัดงบประมาณปี 2550 คงจะต้องทำงบประมาณ ปี 2551 ไปพร้อมกัน

              ในวาระ  4.4.2   เป็นการสรุปข้อมูล จากการที่ นายกรัฐมนตรี   ได้แสดง

        ปาฐกถาพิเศษ  ที่จังหวัดนครราชสีมา (การประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 24)

        ซึ่งการประชุม ได้หยิบยกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหัวข้อในการบรรยาย โดยเชิญ ดร.สุเมธ   ตันติเวชกุล มาให้แนวทาง  และสำหรับเรื่องของการแก้ไขปัญหา

        สำคัญของประเทศ  รัฐบาลมีระยะเวลาในการบริหารราชการแผ่นดินประมาณ 1 ปี

        และมีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะไขปัญหาสำคัญของประเทศ  เช่น  การฟื้นฟูความ

        สมานฉันท์ของคนในชาติ  การสนับสนุนให้มีการปฏิรูปการเมือง  การลดความ

        ไม่เท่าเทียมกันทางด้านรายได้  และ  การสถาปนาหลักนิติธรรม   เป็นต้น

                   (รายละเอียดเป็นไปตามเอกสารที่แจกจ่ายในที่ประชุม)

              7.   การจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการและการประเมินผลการปฏิบัติราชการประจำปี 2550 ในส่วนนี้ไม่ยกเลิก  แต่มีการทบทวน วันที่ 1 ธันวาคม 2549

        ส่วนกลางได้เชิญหัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์ สำนักงานจังหวัดแพร่ ไปรับฟังคำชี้แจงซึ่งใน  33 ตัวชี้วัด ในคะแนนเต็มร้อย แยกเป็น  ตัวชี้วัดภาคบังคับ ตัวชี้วัดกลุ่มจังหวัด

            และตัวชี้วัดจังหวัด  ซึ่งจะมีการทบทวนอีกครั้งหนึ่งมีการปรับเฉพาะของสำนักงาน

            เกษตรและสหกรณ์  ในเป้าหมายผลผลิตจาก 5 ตัวชี้วัด  เหลือ 3 ตัวชี้วัด สำหรับ

            ตัวชี้วัดอื่นเหมือนเดิม  ซึ่งส่วนกลางจะเชิญประชุมเชิงปฏิบัติการอีกครั้งหนึ่ง และจะ

            ส่งกลับมาเพื่อจัดทำคำรับรองอีกครั้งหนึ่ง  แต่มีข้อสังเกตว่า  มีคำรับรอง มีตัวชี้วัด แต่

            ไม่มีงบประมาณ  ปีนี้โจทย์ยากขึ้นผู้ที่ทำงานในแต่ละตัวชี้วัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัด

            จะต้องไปสกัดจากหน่วยงานต่าง ๆ  ปัญหาคือ  ยุทธศาสตร์ของกระทรวง กรม  ต่างๆ

            อาจจะไม่ตรงกับจังหวัด  ยกเว้น ที่เป็นนโยบายแห่งชาติ อาจจะปรับแต่งให้สอดคล้อง

            กัน  กรณีนี้ต้องเอายุทธศาสตร์ 5 ด้าน มาพิจารณา กับยุทธศาสตร์ ที่จังหวัดกำหนดไว้

            พิจารณาว่า  เรื่องไหนดำเนินการ   เรื่องไหนต้องปรับเปลี่ยน  เพราะฉะนั้นการ

            ขับเคลื่อนตรงนี้ มีข้อซักถามว่า  1) มีเวลาจำกัด  2)  เป้าหมายงานชัดเจน  และ

            3)  ไม่มีงบประมาณ  จะขับเคลื่อนอย่างไร  ซึ่งได้รับคำตอบคือ   เป็นหน้าที่ของ

            ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องไปจัดการเอง  ในเรื่องนี้  ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดการเองคง

            ไม่ได้  คงต้องอาศัยส่วนราชการ ทั้ง ส่วนภูมิภาค ส่วนกลาง  ส่วนท้องถิ่น มาเชื่อมตรง

            นี้ได้  และจะให้สอดรับกันอย่างไรบ้าง ฉะนั้นการที่จะรวบรวมดูว่าแผนงาน โครงการ

            ของกระทรวง กรม ของแต่ละหน่วยงาน  ที่ลงมาสู่จังหวัด เป็นอย่างไร บางหน่วยงาน

            ที่เป็นศูนย์  เป็นเขต เป็นภาค  อาจจะดูในหลาย ๆ  จังหวัด  เช่น   สำนักบริหารพื้นที่

            อนุรักษ์ที่ 13   กำกับดูแลใน 3 จังหวัด  งบประมาณจัดสรรให้จังหวัดแพร่  แต่ต้อง

            กระจายไปให้ จังหวัดน่าน  จังหวัดลำปาง  ถ้าสามารถระบุได้  อาจจะหมายเหตุว่า

            ส่วนไหนเป็นของจังหวัดแพร่ ในยุทธศาสตร์ย่อย  ด้านทรัพยากรธรรมชาติและ

            สิ่งแวดล้อม ในส่วนของ สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ซึ่งอาจจะเป็นในส่วน

            ของอุทยานของป่าไม้  ได้รับจัดสรรเท่าไหร่  ซึ่งภารกิจเหล่านี้เป็นภารกิจเดิม ซึ่ง

            การดำเนินการโดยไม่ใช้งบประมาณ  อาจจะเป็นเรื่องง่าย และไม่มีปัญหาก็ได้

            ดำเนินการตั้งแต่ใน กนพ. กกช.  คือการทำแบบไม่มีเงิน อาจจะสบายใจก็ได้

              ประมาณวันที่ 30 มกราคม 2550  สำนักงาน ก.พ.ร. จะมาทำการมาประเมิน

        ผลการปฏิบัติงาน ปี 2549 ซึ่งจังหวัดได้ประเมินตัวเองไปแล้วในระดับ 4.1 แต่เมื่อ

            สำนักงาน ก.พ.ร.  มาประเมิน อาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง และค่าคะแนน เป็นตัวที่

            นำไปใช้คิดเงินค่ารางวัล  หลักการคงเหมือนกับปี 2547 และปี 2548 ที่ผ่านมา ซึ่ง

            ในปี 2548 จังหวัดแพร่ได้คะแนน 4.15   ปี 2547 ได้คะแนน 3.8 แต่มีบางตัวชี้วัด

            ที่ทำได้ดีขึ้นมากๆ เช่น ในเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2548  จังหวัดแพร่

        ได้คะแนนที่ 1.87 ในปี 2549 ได้คะแนนเต็ม 5   แต่บางตัวชี้วัดก็ตก 

              สำหรับในวาระที่ 4.1  การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขอให้

        ที่ทำการปกครองจังหวัดแพร่   ได้ชี้แจงรายละเอียด เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

        ซึ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  คงสอดแทรกไปในทุกเรื่อง ไม่เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการเกษตรเท่านั้น  การเกษตรเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

        เป็นหลักในการดำรงชีวิต  การปฏิบัติตน ทั้งภาครัฐ เอกชน  และทุกภาคส่วน ที่เป็นปวงชาวไทย 

          (แทน)  ปลัดจังหวัดแพร่  ในเรื่องการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกระทรวงมหาดไทยได้

                      กำหนดนโยบายด้วยการน้อมนำเอาแนวพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็น

                  แนวทางให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศใช้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนให้

                  ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยกำหนดเป้าหมายว่าใน ปี 2549 จำนวน

                  5,000 หมู่บ้าน ปี 2550 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนหมู่บ้าน และปี 2551  

                  จำนวนร้อยละ 100 ของหมู่บ้านทั่วประเทศ (74,435 หมู่บ้าน) ในเรื่องนี้

                  ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้เชิญประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2549

                  ประกอบด้วย ที่ทำการปกครองจังหวัด  สำนักงานจังหวัด  สำนักงานพัฒนาชุมชน

                  จังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด  เพื่อสรุปแนวทางที่จะดำเนินการ โดยที่ประชุมกำหนดดังนี้

                    1)   ให้ที่ทำการปกครองจังหวัด เป็นเจ้าภาพหลัก ในการขับเคลื่อนปรัชญา

              เศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดแพร่ โดยใช้คำว่า ��การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

              เพื่อพัฒนาจังหวัดแพร่��  และให้หน่วยงานที่เหลือ ได้แก่  สำนักงานจังหวัด  สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด เป็นหน่วยงานงานรอง และมีหน่วยงานสนับสนุน  เช่นเกษตรจังหวัด  แรงงานจังหวัด  และ สาธารณสุขจังหวัด

                    2)  นำหลักแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  มาเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาความยากจนของจังหวัดแพร่ โดยกำหนดขั้นตอนเป็น 3 ระยะ คือ

              ระยะที่ 1 (ตุลาคม – ธันวาคม 2549) ขั้นกำหนดเป้าหมายและการวางแผนทำความ

              เข้าใจ   ระยะที่ 2    ( มกราคม - มิถุนายน 2550 )  ขั้นของการปฏิบัติการ และ ระยะที่ 3

              (กรกฎาคม - กันยายน 2550)  เป็นขั้นปฏิบัติการและติดตามประเมินผล

                    3)   มีการกำหนดตัวชี้วัด  การเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ในเรื่องของหมู่บ้านชุมชนต่างๆที่จะผ่านเกณฑ์ว่าหมู่บ้านไหนจะเป็นหมู่บ้านที่ประพฤติปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 

                    จังหวัดแพร่ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง ซึ่งได้ลงนามเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2549

                  ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ปกครองจังหวัด  สำนักงาน

                  จังหวัด  สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด  และจะเชิญนายอำเภอทุก

                  อำเภอได้มาลงนามในโอกาสต่อไป

                    เป้าหมายของจังหวัดแพร่ปี 2549  จำนวน 52  หมู่บ้าน ปี 2550 ไม่น้อยกว่า

              ร้อยละ 50 ของจำนวนหมู่บ้าน (330 หมู่บ้านรวมของเดิม) และปี 2551 จำนวนร้อยละ

              1. ของหมู่บ้านจังหวัดแพร่ (708 หมู่บ้าน)

                    ในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  จะมีสรุปปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใน

                  ทางสายกลาง  คือ สามห่วง สองเงื่อน สามห่วง   คือ   ความพอประมาณ ความมี

                  เหตุผล   และ  มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี   สองเงื่อน  คือ  เงื่อนไขความรู้ (รอบรู้ รอบคอบ

                  ระมัดระวัง)  และเงื่อนไขคุณธรรม  (ซื่อสัตย์  สุจริต  ขยัน อดทน  แบ่งปัน)  ซึ่งจะนำ

                  ชีวิต  เศรษฐกิจ สังคม  สู่ความสมดุล มั่นคง และยั่งยืน

                      ความหมายของทางสายกลาง   ความพอประมาณ  คือ  ความพอดีไม่มากหรือ

              ไม่น้อยเกินไป  ไม่เบียดเยียนตนเองและผู้อื่น   ความมีเหตุผล  คือ  พิจารณาจากเหตุ

              ปัจจัยที่เกี่ยวข้องคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ  ความมีภูมิคุ้มกันที่ดี  คือ

              เตรียมให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ ในเรื่องนี้กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนรากแก้ว

              ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยกำหนดวิสัย  (Vision) คือ ��ประชาชนมีความผาสุกหมู่บ้าน / ชุมชน เข้มแข็งอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง�� โดยกำหนด Roadmap ไว้  4  ด้าน คือ 

              1)   ปลูกฝังอุดมการณ์เศรษฐกิจพอเพียง มี  2  ยุทธศาสตร์ การปรับแนวคิดและทัศนคติ   และการส่งเสริมกิจกรรมการมีส่วนร่วม

              2)    ประพฤติ ปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มี  2  ยุทธศาสตร์ คือการสร้างความเข้าใจ    และการส่งเสริมการดำเนิน ชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

              3)    บริหารจัดการข้อมูล มี  3  ยุทธศาสตร์  การจัดทำและพัฒนาข้อมูล การบูรณาการข้อมูล   และการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์

              4)   บูรณาการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มี 2 ยุทธศาสตร์ คือ แผนงาน โครงการ กิจกรรม และทรัพยากร

                    ขณะนี้ จังหวัดได้ดำเนินการแล้ว คือ 1) การจัดทำบันทึกลงนามข้อตกลงของ

              ผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อพัฒนาจังหวัดแพร่

              2)  กำหนดเป้าหมายหมู่บ้านในการขับเคลื่อนหมู่บ้านจำนวนจำนวน 330 หมู่บ้าน

              ซึ่งทุกอำเภอได้เตรียมข้อมูลส่วนนี้ไว้แล้ว  และ 3)  การจัดทำ Work Shop ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอทุกอำเภอ องค์กรภาคเอกชน เพื่อที่กำหนดแนวทาง แผนงาน โครงการในการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดแพร่ และสุดท้าย

              แผนที่จะดำเนินการในระยะแรก  จะมีการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการระหว่างเจ้าหน้าที่ทั้งหมดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสี่หน่วยงานหลักและแปดหน่วยงานเสริมในวันที่ 20 ธันวาคม 2549  ณ โรงแรงนครแพร่ทาวน์เวอร์   เพื่อที่จะทำความเข้าใจร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ที่จะไปปฏิบัติงานของส่วนราชการต่าง ๆ หลังจากนั้นตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป  จะเป็นการผลักดันหมู่บ้าน 330 หมู่บ้านเพื่อให้เป็นหมู่บ้านตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของจังหวัดแพร่

                         (รายละเอียดเป็นไปตามเอกสารที่แจกจ่ายในที่ประชุม) 

              ประธาน ขอเพิ่มอีกสองเรื่อง  เรื่องแรก ในปีงบประมาณ 2550 ขอให้ดูแลและให้ความสำคัญ

                      เรื่องทรัพยากรมนุษย์ บุคลากรของจังหวัดแพร่ในทุกภาคส่วนประกอบกับเมื่อวันที่

                      24  พฤศจิกายน 2549  สำนักงาน ก.พ.ร.ได้เชิญประชุมกิจกรรมการแลกเปลี่ยนใน

                      เรื่ององค์ความรู้  ซึ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่  (นายสุกิจจา  กรุณานนท์)  ได้ไป

                      ประชุมและคิดว่าจะให้ความสำคัญเรื่องนี้โดยให้ความรู้ต่างๆประกอบกับ สำนักงาน

                      ก.พ.ร. ได้มีโครงการนำร่องที่คิดว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในเรื่องของการบริหาร

                      ยุทธศาสตร์ในส่วนขององค์กรระดับจังหวัด ซึ่งเรื่องนี้ทางสำนักงานจังหวัด ควรจะ

                      ถ่ายถอดให้ทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกันในเรื่องต่างๆ  ที่จะทำงานตรงนี้  แพร่เป็นจังหวัด

                      ยุทธศาสตร์นำร่องในการบริหารองค์กรภาครัฐจะมีวางระบบใน 4 ระบบ ในเรื่องของ

                      การวางแผนการจัดการแผนปฏิบัติการความก้าวหน้า ข้อมูลตัวชี้วัดและติดตามผลรวม

                      ทั้งระบบการจัดเก็บเอกสาร อิเล็กทรอนิคส์  จากการประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่  เมื่อ

                      วันที่ 23 พฤศจิกายน 2549  คงมีการชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ต่อไป ซึ่งในเดือนนี้ มี

                      ปริมาณงานและเอกสารที่เกี่ยวข้องมาก  อาจจะต้องสรุปเป็นเอกสารให้หน่วยงานได้

                      ศึกษาไว้ก่อนล่วงหน้า  เพราะต้องดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ  รัฐบาลต้องการให้การพัฒนา

                      คนเป็นสำคัญ  แต่ต้องสอบถามความต้องการหน่วยงานด้วย ถ้าจะกำหนดหลักสูตร

                      ในลักษณะนี้ มีความคิดอย่างไร คงต้องยึดหน่วยงานเป็นหลัก  เนื่องจากเรื่องบางเรื่อง

                      บางหน่วยงานอาจจะไม่อยากรู้ หรือว่ารู้อยู่แล้ว แต่คิดว่าหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์

                      ซึ่งในเดือนนี้  กำหนดจัดสองหลักสูตร  อาจจะมีอะไรสอดแทรกได้  ทั้งนี้ได้หารือ

                      ร่วมกันกับนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่  เนื่องจากอาจมีการทำงานร่วมกันใน

                      หลายเรื่อง เช่น  การให้ความรู้ ข้อกฎหมาย ข้อปฏิบัติต่าง ๆ ที่  ส่วนราชการร่วมกับ

                      ท้องถิ่น ต้องมีการจัดการในโอกาสต่อไป  เพราะในหลายเรื่องเกี่ยวข้องกับข้อปฏิบัติ

                      ในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นส่วนภูมิภาคหรือส่วนท้องถิ่นอาจจะรู้  หรือรู้ไม่เท่ากัน  หรือ

                      รู้ไม่ทั่วถึงเพราะถ้าเราสามารถรู้ร่วมกันได้ก็จะเป็นประโยชน์ ในการทำงาน  บางเรื่อง

                      ต้องให้บริการประชาชนเป็นสำคัญด้วย และเน้นการพัฒนาคนเป็นสำคัญ 

                  นายกองค์การบริหาร ตามข้อมูลเอกสารที่แจกจ่าย  รัฐบาลได้แถลงนโยบายและกำหนดแผนปฎิบัติราชการ

                  ส่วนจังหวัดแพร่  และให้ส่วนราชการ/หน่วยงาน จัดทำแผนงาน/โครงการ ให้สอดคล้องกับ

                          ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขจังหวัด  มีกรอบยุทธศาสตร์ย่อย 5 กรอบ โดยแต่ละแผนงาน

                          โครงการ มีกรอบวงเงินไม่เกินแผนละ 20 ล้านบาท   ซึ่งน่าเป็นห่วงโครงการดี ๆ

                          ของจังหวัด  นายเสรี ทรงศักดิ์   ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชน  ได้ให้สัมภาษณ์ใน

                          หนังสือพิมพ์แพร่ข่าว (ฉบับลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549) ว่า วิทยาลัยชุมชน

                          รับนักศึกษาเข้าศึกษาทั้ง 5 หลักสูตร และบรรจุเข้าทำงานมากถึง 8,770 คน และ

                          วิทยาลัยชุมชน ร่วมกับ OTOP ใช้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนแบบปฏิบัติ โดย

                          จะมีเงินหมุนเวียน ประมาณ  20,000 ล้านบาท แต่จังหวัดไม่มีกรอบที่จะเข้ามาดูแลใน

                          เรื่องนี้  ซึ่งอาจจะทำให้เสียเงินที่จะได้ 20,000 ล้านบาท ของจังหวัดแพร่ และคนแพร่

                          อีกจำนวน 8,000 – 9,000 คน   ที่จะได้งานทำ 

                      ประธาน     ขอชี้แจงว่า  ในเรื่องนี้ เป็นงบ  Function  ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ ต้องดำเนินการต่อ 

                              ซึ่ง  ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่  ได้แจ้งเสมอว่า ว่าทรัพย์สินต่าง ๆ ที่เกิดจากงบ CEO 

                              ต้องขอรับมอบอำนาจจากกระทรวงมหาดไทย  จังหวัดดำเนินการไปแล้ว และ

                              กระทรวงก็มอบมาแล้ว  ตามระเบียบของทางราชการ เงินงบประมาณโอนผ่านมา

                              ทางกระทรวงมหาดไทย  เจ้าของทรัพย์สิน คือ กระทรวงมหาดไทย  ในกรณีจังหวัด

                              กระทรวงต้องมอบให้จังหวัด จังหวัดไม่สามารถทำอะไรได้  ต้องมอบทรัพย์สิน

                              ให้หน่วยงานที่่เป็นเจ้าของโครงการรับไป  อาจจะเป็นส่วนภูมิภาค ท้องถิ่น หรือ

                              ส่วนราชการ  ก็ขึ้นอยู่กับโครงการ  เช่น  โครงการของศูนย์วิจัยข้าว  ต้องมอบ

                              ศูนย์วิจัยข้าว   โดยให้รายงานกรมการข้าวด้วย  หรือ โรงฆ่าสัตว์  จะมอบปศุสัตว์

                              หรือเทศบาลก็ได้ ทรัพย์สินตามโครงการ อาจเกิดการเสียหาย สึกหรอ ต้องมี

                              งบประมาณในการบำรุงรักษา  และ  ซ่อมแซม  ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงาน

                              จังหวัดแพร่  ดำเนินการในเรื่องนี้ 

                          นายกองค์การบริหาร เป็นห่วงเรื่องนี้  ซึ่งหน่วยราชการคงมีงบประมาณไม่มาก  แต่ 5 ยุทธศาสตร์ย่อย

                          ส่วนจังหวัดแพร่  เปิดช่องให้  ถ้าเป็นไปได้ถึง 20,000 ล้านบาท  ก็น่าจะสนับสนุนประเด็นนี้ทั้งหมด

                                      เพราะการผลิตเหล้าชนิดใหม่  น่าสนใจดี   และอีกเรื่อง คือโรงสี โรงเหล้า โรง

                                  อบมะม่วง  จะใช้งบประมาณส่วนไหนในการบริหารจัดการ 

                            ประธาน  คงต้องให้เจ้าของโครงการที่รับมอบทรัพย์สินไป เป็นผู้บริหารจัดการ 

                            มติที่ประชุม  รับทราบ

                                        ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่  เดินทางไปร่วมพิธีปล่อยพันธ์สัตว์น้ำ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  จึงมอบให้ 

                                      นายสุกิจจา  กรุณานนท์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่   เป็นประธานในการประชุม

                                      และดำเนินการประชุมต่อ 

                                ประธาน  เชิญหน่วยงาน  ซึ่งมีเรื่องที่จะเสนอเพิ่มเติม 

                                ระเบียบวาระที่ 2  รับรองรายงานการประชุม   

                                หัวหน้าสำนักงาน ขอให้ที่ประชุม  ได้ตรวจรายงานการประชุม กบจ. ครั้งที่ 10/2549  เมื่อวันที่

                                จังหวัดแพร่  20  ตุลาคม  2549  จำนวน 18  หน้า  ถ้าท่านใดมีความประสงค์แก้ไขรายงาน

                                          การประชุมก็ขอให้แจ้งที่ประชุมทราบ 

                                    มติที่ประชุม  มีมติรับรองรายงานการประชุม  ครั้งที่ 10/2549  ลงวันที่ 26 กันยายน 2549 

                                    ระเบียบวาระที่ 3  เรื่องเพื่อทราบ

                                          1. รายงานผลความก้าวหน้าการดำเนินการตามงบประมาณบริหารราชการ

                                            จังหวัดแบบบูรณาการ  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2548 

                                            หัวหน้าสำนักงาน มีสองประเด็น  เรื่องแรก  งบกลุ่มจังหวัด จำนวน 165,000,000 บาท รวม 5 โครงการ

                                            จังหวัดแพร่  ดำเนินการแล้วเสร็จ 4  โครงการ อยู่ระหว่างดำเนินโครงการ 1 โครงการ  เบิกจ่ายแล้ว

                                                      เป็นเงิน 159,926,155 บาท  คงเหลือ  5,073,845 บาท  คิดเป็นเบิกจ่ายร้อยละ 96.92

                                                      ให้ผู้แทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ เขต 1 ชี้แจงรายละเอียดการดำเนินการ

                                                      ตามโครงการพัฒนาการศึกษาที่มีเป้าหมายสัมพันธ์กับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

                                                      ของประเทศ  และเรื่องที่สอง  เรื่องยุทธศาตร์อยู่ดีมีสุขจังหวัด  ซึ่งประกอบด้วย

                                                      5  ด้าน  คือ  แผนเศรษฐกิจพอเพียง  แผนสงเคราะห์ครอบครัว  แผนผลิตภัณฑ์ชุมชน

                                                      แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และ แผนบริการประชาชน  โดยรายละเอียด

                                                      ได้จัดส่งหน่วยงาน ตามหนังสือจังหวัดแพร่ ด่วนที่สุด ที่ พร 0016.2/ว 3376 ลงวันที่

                                                      30 พฤศจิกายน 2549 ขอความร่วมมือเร่งดำเนินการด้วย  เพราะจังหวัดต้องจัดส่งให้

                                                      กระทรวงมหาดไทย ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2549  เป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้าภาพหลัก 

                                                      เจ้าภาพร่วม และโครงการที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ในแต่ละด้าน   

                                                ทรัพยากรธรรมชาติ ตามยุทธศาสตร์ย่อย  เรื่องแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีทรัพยากร

                                                และสิ่งแวดล้อม  ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลัก เจ้าภาพรองจะมี สำนักงานจังหวัด

                                                จังหวัดแพร่  โครงการชลประทาน สำนักงานเกษตรจังหวัด  ขอเพิ่มสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัด

                                                          และที่ดินจังหวัด  เพราะมีกลยุทธ์ประเด็นหนึ่งข้อ คือการสร้างกลไกโดยใช้ประโยชน์

                                                          ร่วมเพื่อป้องกันข้อขัดแย้งในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ  

                                                    หัวหน้าสำนักงาน ในการเพิ่มเจ้าภาพร่วม   สามรถดำเนินการได้   เพราะต้องร่วมมือกันดำเนินการ

                                                    จังหวัดแพร่  ตามแผนอยู่แล้ว  ขึ้นอยู่กับหน่วยงานเจ้าภาพหลัก และเจ้าภาพรองในแต่ละด้าน

                                                              ว่าจะดำเนินการอย่างไร 

                                                      (แทน) ผู้อำนวยการ โครงการในปีงบประมาณ  2548  ที่ยังไม่แล้วเสร็จ คือ โครงการพัฒนาการศึกษา

                                                      สำนักงานเขตพื้นที่ ที่มีที่มีเป้าหมายสัมพันธ์กับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ งบประมาณ

                                                      การศึกษาแพร่ เขต 1 30  ล้านบาท  ซึ่งกิจกรรมที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ  คืองานวิจัย การจัดทำหลักสูตร

                                                                และการจัดสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย  โดยคัดเลือก  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

                                                            เป็นผู้ดำเนินการ ในวงเงิน 19,250,000  บาท  ได้เบิกจ่ายไปแล้ว 5 ครั้ง  คงเหลือ

                                                            ครั้งสุดท้าย  ขณะนี้มีปัญหา คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยังไม่ส่งงานงวดสุดท้าย

                                                            สาเหตุอาจเนื่องจาก คณะกรรมการตรวจการจ้าง เช่น ดร.ธีระ สูตรบุตร   ดร.สงคราม

                                                                ดร.รุ่งเรือง  ค่อนข้างจะละเอียดในการตรวจงาน คือในส่วนของเรื่องรายงานผลการ

                                                                ดำเนินงานและสรุปผลการดำเนินงาน ไม่มีปัญหา  แต่ยังติดขัดในเรื่องของหลักสูตร

                                                            สื่อ   คณะกรรมการตรวจการจ้างไม่เห็นด้วย  ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขงานจ้าง 

                                                      ประธาน  ขอให้ดำเนินการให้ถูกต้อง และเป็นไปตามระเบียบ  เพื่อประโยชน์ของทางราชการ

                                                                  ฝากทางหลวงพ่อ  (แทน รองอธิการมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่) 

                                                                  ถ้ามีโครงการต่างๆ  เกี่ยวกับพระ  นำมาเข้าแผนได้    ถ้าไม่เสนอโครงการ  ก็ไม่ได้

                                                                        รับงบประมาณ  โดยในแต่ละแผนงาน  ทั้งแผนเศรษฐกิจพอเพียง  แผนเศรษฐกิจ

                                                                        พอเพียง  แผนสงเคราะห์ครอบครัว  แผนผลิตภัณฑ์ชุมชน แผนทรัพยากรธรรมชาติ

                                                                        และสิ่งแวดล้อม  และ แผนบริการประชาชน  ขอให้หน่วยงานซึ่งเป็นเจ้าภาพหลัก

                                                                        ได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายด้วย

                                                                              (รายละเอียดเป็นไปตามเอกสารที่แจกจ่ายในที่ประชุม) 

                                                      มติที่ประชุม  รับทราบและถือปฏิบัติ 

                                                      เลิกประชุม  เวลา  11.10  น.

                                                                                                               ผู้จดรายงานการประชุม

                                                                                      (นางอุบลรัตน์  พ่วงภิญโญ)

                                                          เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 7ว 

                                                                                                              ผู้ตรวจรายงานการประชุม

                                                                                      (นายสง่า     บัวระดก)

                                                                                หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด 
                                                   


Recent Search:

Set Home | Add to Favorites

All Rights Reserved Powered by Free Document Search and Download

Copyright © 2011
This site does not host pdf,doc,ppt,xls,rtf,txt files all document are the property of their respective owners. complaint#nuokui.com
TOP