Home > 2 บริษัท ไทย โอ.พี.พี. จำกัด (

2 บริษัท ไทย โอ.พี.พี. จำกัด (

บริษัท ไทย โอ.พี.พี. จำกัด (มหาชน)

THAI O.P.P. PUBLIC COMPANY LIMITED            แบบ 56-1

 

                        บริษัทไทย โอ.พี.พี.จำกัด (มหาชน)

                        THAI O.P.P. PUBLIC COMPANY LIMITED          แบบ 56-1 

 

4. การประกอบธุรกิจของแต่ละสายผลิตภัณฑ์
  1. ลักษณะผลิตภัณฑ์หรือบริการ 

   บริษัท ไทย โอ. พี. พี. จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจอยู่ในด้านอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ (Packaging) และการพิมพ์ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ (Commercial Printing) มีผลิตภัณฑ์ดังนี้

กลุ่มฟิล์มพลาสติก คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค(Consumer Product) และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม (Industrial Product) ได้แก่

   ฟิล์มพลาสติกกลุ่มที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท

    • ฟิล์มหด (Shrink Film) ใช้สำหรับห่อสินค้า สำหรับงานที่ต้องการให้เห็นกล่อง หรือ สินค้าภายใน เนื่องจากมีลักษณะใส และ เงางาม ใช้ในการห่อสินค้า ที่ใช้เครื่องห่อชนิด L-Seal เช่น เครื่องเขียน แมกกาซีน อาหารกึ่งสำเร็จรูป ของเล่น ฯลฯ อีกทั้งใช้ในงานการห่อสินค้าสำหรับเครื่อง ชนิด Flat Film เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดถ้วยรวมถึงประเภทอาหารแช่แข็ง ซึ่งฟิล์มชนิดนี้บริษัทมีทั้งนำเข้ามาจากต่างประเทศ และผลิตเอง  โดยนโยบายของบริษัทนั้นจะเน้นการบริการลูกค้า โดยแบ่งเป็นกลุ่ม Premium (คุณภาพสินค้าสูง) และ กลุ่มลูกค้าทั่วไป
    • Cast Film คือ ฟิล์มที่ผลิตโดยกรรมวิธีการหลอมเม็ดพลาสติกให้เหลวและฉีด(Cast)ออกมาเป็นแผ่นบางๆใช้เป็นส่วนประกอบของบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) เช่น ซองขนมปัง ขนมขบเคี้ยว ซองบะหมี่ ฯลฯ ซึ่งชนิดที่บริษัท ผลิตนั้นจะเป็น Multilayer Film คือ เนื้อฟิล์มจะประกอบด้วยชนิดพลาสติก หลายๆชั้น ซึ่งแต่ละชั้นจะเป็นพลาสติกต่างชนิด ฟิล์มที่ผลิตด้วยกรรมวิธีนี้ ได้แก่ ฟิล์ม CPP และ LLDPE
    • ฟิล์มแมททัลไลซ์ (Metallized Film) คือ การนำผลิตภัณฑ์จากฟิล์มพลาสติก มาผ่านกรรมวิธีการพ่นด้วยชั้นละอองอลูมิเนียม (Aluminium) บางๆในห้องสูญญากาศ ทำให้ฟิล์มมีสีเงาวาวและมีคุณสมบัติคล้ายอลูมิเนียมฟอยด์ เมื่อนำไปใช้เพื่อบรรจุอาหารทำให้สามารถเก็บและถนอมอาหารได้นานขึ้น
 

    ฟิล์มพลาสติกกลุ่มที่ซื้อมา-ขายไป

    • ฟิล์มยืด (Stretch Film) ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แพร่หลายในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป  เป็นวัสดุในการรัดสินค้าเพื่อรวมหน่วยสินค้าช่วยป้องกันไม่ให้สินค้าตกหล่นในระหว่างการขนส่งสินค้าแทนสายรัด ทั้งยังช่วยป้องกันสินค้าจากฝุ่น และน้ำได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้ในการพันกับสินค้าบางชนิดโดยตรง ปัจจุบันสินค้าฟิล์มยืดเป็นสินค้าที่โรงงานอุตสาหกรรมมีความต้องการสูง ทำให้มีผู้เห็นช่องทางการตลาด สามารถนำเข้าฟิล์มจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในประเทศ แต่เนื่องจากคุณภาพสินค้าจากต่างประเทศมีคุณภาพที่ด้อยกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศ และสินค้าคุณภาพไม่แน่นอน ทำให้ได้รับความนิยมในวงจำกัด เฉพาะลูกค้าที่ต้องการสินค้าราคาถูกเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ลูกค้าที่เป็นบริษัทที่มีขนาดกลาง ถึง ขนาดใหญ่ พอใจกับการซื้อสินค้าที่ผลิตภายในประเทศมากกว่า เนื่องจากคุณภาพที่คงที่ และการสามารถส่งสินค้าตามเวลาที่ต้องการและรวดเร็ว
    • ฟิล์มผนึกสุญญากาศ (Skin Vacuum Film) เป็นฟิล์มที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษ ใช้สำหรับอุตสาหกรรม อาหารแช่แข็ง โดยใช้กับเครื่องบรรจุชนิดสุญญากาศ  ซึ่งสามารถทำให้ฟิล์มเป็นเสมือนชั้นผิวของสินค้า และฟิล์มชนิดนี้มีคุณสมบัติในการเก็บถนอมความสดของอาหารได้อย่างดีเยี่ยม และยังใช้ได้กับผลิตภัณฑ์ที่บรรจุแบบ Blister Pack โดยใช้แนบสินค้ากับพื้นกระดาษ แทนฝาครอบที่ทำจากโพลีสไตลีน (Polystyrene) และบรรจุโดยเครื่อง Skin Pack Machine ซึ่งฟิล์มชนิดนี้ เป็นฟิล์มที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศเพียงรายเดียวให้แก่บริษัท ไทยอ๊อฟเซท จำกัด ที่เป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในประเทศเช่นกัน ลูกค้าหลักที่ใช้ฟิล์มชนิดนี้คือลูกค้า กลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง โดยส่วนใหญ่จะใช้กับอาหารแช่แข็งที่ส่งออกไปทางตลาดอเมริกา และยุโรป 
       
       
    • ฟิล์ม โอ.พี.พี.ชนิดผนึกด้วยความร้อน (Heat sealable O.P.P. Film) เป็นฟิล์มพลาสติกที่ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ โดยใช้กันมากในอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภค บริษัทนำเข้ามาเป็นม้วนใหญ่และนำมาผ่าขนาดตามคำสั่งซื้อของลูกค้า สามารถช่วยประหยัดทั้งต้นทุนในการนำเข้าของบริษัท และการเสียเศษของลูกค้า สำหรับลูกค้าที่ใช้ Heat sealable OPP Film ได้แก่ กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมผู้ผลิตสินค้าต่าง ๆ เช่น อาหารสำเร็จรูป  สินค้าอุปโภคบางชนิด
    • ฟิล์มป้องกันรอยขีดข่วน (Protection Film) เป็นฟิล์มที่ทำจากวัตถุดิบชนิด Polyethylene โดยที่ด้านหนึ่งเป็นกาว เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการป้องกันรอยขีดข่วนบนผิวของสินค้าในระหว่างการขนส่ง หรือในระหว่างกระบวนการผลิต โดยฟิล์มจะมีลักษณะพิเศษ คือ สามารถติดได้คงทนและไม่ทิ้งคราบกาวเมื่อลอกออก ซึ่งสินค้าที่มีจำหน่ายในประเทศส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น เกาหลี ไต้หวัน ฝรั่งเศส และมาเลเซีย ตั้งแต่ปี 2550 บริษัทเปลี่ยนจากการนำเข้ามาเป็นซื้อจากบริษัทในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในตลาด และผ่านการรับรองระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001 : 2000 กลุ่มลูกค้าที่ใช้สินค้านี้ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตอะคลิลิค (Acrylic) กลุ่มอุตสาหกรรมอลูมิเนียม(Aluminum) สเตนเลส(Stainless) กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมกระจก ฯลฯ

 

    กลุ่มบริการการพิมพ์ (รวมงานพิมพ์ฉลากกาว)

    เป็นสินค้าที่นำไปติดบนบรรจุภัณฑ์ของลูกค้าซึ่งบริษัทผลิตและจำหน่ายโดยตรงให้กับลูกค้า ที่เป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภครายใหญ่ในประเทศหลายราย แบ่งเป็น 2 ประเภทการพิมพ์ ดังนี้

      • การพิมพ์บน Plastic Film ทั่วไป ซึ่งนำไปใช้ทำเป็นซองอ่อน (Flexible Packaging) สำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผงซักฟอก เป็นต้น พิมพ์โดยใช้ระบบกราเวียร์(Gravure)
      • การพิมพ์ฉลากกาว (Sticker) แบบม้วน พิมพ์ได้ทั้งบนกระดาษและพลาสติก สำหรับใช้เป็นฉลากของผลิตภัณฑ์เพื่อติดบนบรรจุภัณฑ์ด้วยเครื่องอัตโนมัติ ระบบการพิมพ์แบบผสมผสาน คือ ระบบ Roto - Letterpress และ ระบบ Silk Screen ซึ่งทำให้คุณภาพงานพิมพ์มีความโดดเด่น และ สวยงามคมชัด

      ด้านทีมงานขายและบริการ บริษัทมีบุคลากรที่มีประสบการณ์และความชำนาญ เทคนิคการพิมพ์ ซึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญของบริษัท คือ การเข้าพบเพื่อเจรจากับลูกค้าโดยตรง พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของลูกค้าให้มีความโดดเด่น ด้วยเทคนิคการพิมพ์ที่ทันสมัยและเหมาะสมกับการนำไปใช้กับเครื่องจักรของลูกค้า

     

    กลุ่มหลอดลามิเนท

    ผลิตจากการนำแผ่นพลาสติก LLDPE พิมพ์และนำอลูมิเนียมฟอยล์มาเคลือบติดกันเพื่อทำเป็น WEB  (ส่วนของตัวหลอด) นำมาเข้าเครื่องทำหลอดเพื่อขึ้นเป็นรูปเป็นหลอดขนาดต่างๆตามที่ลูกค้ากำหนดพร้อมอัดใส่Shoulderและฝาปิดเป็นหลอดยาสีฟัน ส่งให้ลูกค้าเข้าเครื่องบรรจุยาสีฟัน เนื่องจากการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูงและเครื่องจักรเป็นเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตหลอดยาสีฟันโดยเฉพาะ ไม่สามารถดัดแปลงใช้ในอุตสาหกรรมชนิดอื่นจึงทำให้สินค้าชนิดนี้มีคู่แข่งไม่มากราย  
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     

    สิทธิพิเศษในการประกอบธุรกิจ

      1. บัตรส่งเสริมการลงทุน

      ปัจจุบันบริษัทยังคงมีบัตรส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน จำนวน 7 ฉบับ มีสิทธิประโยชน์ดังนี้

    สิทธิประโยชน์ บัตรส่งเสริมเลขที่ 1481(2)/2547

    Metallized Film

    บัตรส่งเสริมเลขที่ 1626(2)/2551

    Printed Adhesive Label

    บัตรส่งเสริมเลขที่ 7010(2)/2551

    Printed Adhesive Label

    บัตรส่งเสริมเลขที่ 1595(2)/2552

    Printed Adhesive Label

    ม. 25 นำเข้าคนต่างด้าวซึ่งเป็นช่างฝีมือได้ตามจำนวนและระยะเวลาตามสมควร

    ม. 26 ให้คนต่างด้าวทำงานเฉพาะตำแหน่งได้ตามจำนวนและระยะเวลาที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ
    ม. 28 ให้ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรตามที่คณะกรรมการอนุมัติ - -

    ม. 29 ลดหย่อนอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร

    กึ่งหนึ่งเว้นแต่รายการเครื่องจักรที่มีอากรขาเข้าต่ำกว่าร้อยละสิบไม่ได้รับลดหย่อน - - -

    ม. 31 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล มีกำหนดเวลา เจ็ด ปี (ยกเว้นเลขที่ 1481 (2)/2547Metallized Film มีกำหนดเวลา หก ปี)

    ม. 34 ยกเว้นไม่ต้องนำเงินปันผลจากกิจการที่ได้รับส่งเสริมไปรวมคำนวณภาษีเงินได้

    ม. 36(1) ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบ และวัสดุจำเป็นที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อผลิตเพื่อการส่งออกเป็นระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันนำเข้าครั้งแรก

    ม. 36(2) ให้ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่ได้รับการส่งเสริมนำเข้า และส่งกลับออกไปใน 1 ปี

    ม. 37 ได้รับอนุญาตให้นำหรือส่งเงินออกนอกราชอาณาจักร เป็นเงินตราต่างประเทศ

    - - -
     

                         

     

     


    สิทธิประโยชน์ บัตรส่งเสริมเลขที่ 2084(2)/2554

    Plastic Film

    บัตรส่งเสริมเลขที่ 2141(2)/2554

    Tube

    บัตรส่งเสริมเลขที่ 2570(2)/2554

    Plastic Film

    ม. 25 นำเข้าคนต่างด้าวซึ่งเป็นช่างฝีมือได้ตามจำนวนและระยะเวลาตามสมควร

    ม. 26 ให้คนต่างด้าวทำงานเฉพาะตำแหน่งได้ตามจำนวนและระยะเวลาที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ
    ม. 28 ให้ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรตามที่คณะกรรมการอนุมัติ

    ม. 29 ลดหย่อนอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร

    - - -

    ม. 31 ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล มีกำหนดเวลา เจ็ด ปี

    ม. 34 ยกเว้นไม่ต้องนำเงินปันผลจากกิจการที่ได้รับส่งเสริมไปรวมคำนวณภาษีเงินได้

    ม. 36(1) ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบ และวัสดุจำเป็นที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อผลิตเพื่อการส่งออกเป็นระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันนำเข้าครั้งแรก

    ม. 36(2) ให้ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่ได้รับการส่งเสริมนำเข้า และส่งกลับออกไปใน 1 ปี

    ม. 37 ได้รับอนุญาตให้นำหรือส่งเงินออกนอกราชอาณาจักร เป็นเงินตราต่างประเทศ

    -
      1. สิทธิอื่น  (ไม่มี)       
      2. ข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจ (ไม่มี) 
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     

    (2) ตลาดและภาวะการแข่งขัน 

      (ก)   กลยุทธ์ทางการตลาด การจัดจำหน่าย และลักษณะของลูกค้า

      จุดเด่นของบริษัท

      • บริษัทเน้นเรื่องการบริการที่ดี  ตรงต่อเวลา  รวมถึงความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า
      • บริษัทเน้นในเรื่องคุณภาพของสินค้า เพื่อให้สินค้าที่ผลิตมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน และเป็นที่พึงพอใจของลูกค้า
      • บริษัทมีความรู้ ความชำนาญ และมีประสบการณ์ ในเรื่องเกี่ยวกับเทคนิคการผลิตและการจำหน่าย สินค้าฟิล์มพลาสติกรวมถึงบริการงานพิมพ์บนแผ่นฟิล์ม
      • บริษัทมีกระบวนการ กรรมวิธีการผลิต และเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย

      ช่องทางการจำหน่าย

      • กลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิล์มพลาสติก บริษัทมีการจำหน่ายตรง (Direct sales) และผ่านผู้แทนขาย (Agent) โดยมีเป้าหมายในการขยายตลาดไปยังภูมิภาคและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยปีที่ผ่านมาและปีหน้านี้บริษัทจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้า Brand Owner ซึ่งมีอำนาจในการเลือกใช้ชนิดฟิล์มของบริษัทไปเป็นส่วนหนึ่งของบรรจุภัณฑ์ โดยผ่าน Converter ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของฟิล์มมีทั้งกลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องไฟฟ้าและอิเลคทรอนิค  กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ กลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง ฯลฯ ตลอดจนกลุ่มลูกค้าประเภท ศูนย์กระจายสินค้าที่มียอดการใช้จำนวนมาก เช่น ฟิล์มยืดพันพาเลท
      • กลุ่มงานพิมพ์ฉลากกาว (Sticker Label Printing) บริษัท ผลิตและจำหน่ายโดยตรงให้กับลูกค้า (Direct sales) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภค โดยเน้นลูกค้ารายใหญ่ รวมทั้งขยายฐานตลาดกับกลุ่มลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังได้สร้างงานพิมพ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายชนิดไปสู่ลูกค้าได้เลือกสรรมากยิ่งขึ้น
    • กลุ่มหลอดลามิเนท (Laminate Tube) ภายหลังจากที่บริษัทฯได้มีการร่วมทุนในประเทศเวียดนาม ตามนโยบายของลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติที่ได้ย้ายฐานการผลิตไปที่ประเทศเวียดนาม เพื่อผลิตและจำหน่ายทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย ซึ่งการร่วมทุนนั้น บริษัทได้โอนเครื่องจักรส่วนหนึ่งเป็นการลงทุน มีผลให้กำลังการผลิตที่เหลืออยู่ปัจจุบัน สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศเหลือเพียงรายเดียว มีผลให้สัดส่วนโครงสร้างรายได้และโครงสร้างอัตรากำลังคนของบริษัทเปลี่ยนแปลงไป ด้านความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยส่วนใหญ่ของบริษัท เป็นความสัมพันธ์กันในทางธุรกิจที่อยู่บนพื้นฐานที่ทำการค้าด้วยความยุติธรรม และรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจร่วมกันมานาน
     

      (ข) ภาวะการแข่งขัน

       กลุ่มฟิล์มพลาสติก

      โดยภาพรวมในปี 2554 บริษัทเผชิญภาวะการแข่งขันทั้งในด้านราคาและคุณภาพอยู่ในระดับสูงมาก ทั้งด้านราคาวัตถุดิบหลักในการผลิตกลุ่มฟิล์มพลาสติก และการแข่งขันจากประเทศในภูมิภาค ท่ามกลางการแข่งขันที่กล่าวมานั้น บริษัทตระหนักดีว่านอกเหนือจากเรื่องที่บริษัทได้เปรียบอันเนื่องจากความชำนาญในการผลิตที่ยาวนาน และมีสินค้าเกรดพิเศษที่ต้องใช้เทคนิคหรือความพิถีพิถันในการทำ เป็นสิ่งที่ทำให้คุณภาพของสินค้าของบริษัทสามารถแข่งขันกับผู้ขายรายใหม่ที่เกิดขึ้นมาได้ รวมทั้งทำให้รายใหม่เข้ามาแข่งขันได้ยากขึ้น ส่วนด้านการขาย บริษัทได้ใช้กลยุทธ์โดยจัดเขตความรับผิดชอบของพนักงานขาย (Focus Strategy) เพื่อให้สามารถเพิ่มฐานลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดทั่วถึง และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าอันเป็นเป้าหมายสำคัญขององค์กรอีกด้วย

         กลุ่มงานพิมพ์ฉลากกาว

      ในปี 2554 การแข่งขันค่อนข้างรุนแรงเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะด้านราคา และคู่แข่งบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศซึ่งประกอบธุรกิจประเภทเดียวกันกับบริษัท ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลก และภัยพิบัติทางธรรมชาติภายในประเทศ  รวมทั้งในระหว่างปี 2554 บริษัทได้ลงทุนในเครื่องจักรและเครื่องมือการตรวจสอบคุณภาพงานพิมพ์ให้มีประสิทธิภาพสูง จึงทำให้กำลังการผลิตยังไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทมียอดขายในปี 2554 อยู่ที่ 32.50 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 1.12 เทียบกับปี 2553 ซึ่งในปีถัดไปบริษัทยังคงพัฒนาเทคนิคการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ และเน้นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่เป็นฐานลูกค้าเดิม รวมทั้งการขยายฐานลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้น โดยการเน้นกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมผู้ผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภค เป็นต้น

       

      เมื่อเทียบสัดส่วนแล้วจึงไม่มีการขายให้ลูกค้ารายหนึ่งรายใดมากกว่าร้อยละ 30 ของรายได้รวม

      สัดส่วนการขายให้ลูกค้า 10 รายใหญ่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีดังนี้

    ลูกค้า 10 รายใหญ่ 2554 2553 2552
    สัดส่วนเป็นเปอร์เซนต์ / ยอดขาย 42% 41% 44 %
     
     

       

          จำนวน ขนาดของคู่แข่งขัน และส่วนแบ่งการตลาด

      1. กลุ่มฟิล์มพลาสติก : โดยโครงสร้างของตลาดในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะฟิล์มยืด เป็น Mass Product  ซึ่งคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาดที่เป็นผู้ผลิตมีน้อยรายแต่มีผู้นำเข้ามาขายจำนวนมากราย ส่วนฟิล์มชนิดอื่นๆยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2-3 ของประเทศ
      2. กลุ่มบริการงานพิมพ์ฉลากกาว : สำหรับตลาดเป้าหมายของบริษัท เป็นตลาดกลุ่มบน ที่แข่งขันกันในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต คู่แข่งในระดับนี้มีเพียง 6 ราย สำหรับคู่แข่งระดับกลางภายในประเทศมีจำนวนไม่น้อยกว่า 20 ราย
      3. กลุ่มหลอดลามิเนท : เป็นการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีและความชำนาญเฉพาะ พบว่าคู่แข่งขันหลักในประเทศมีเพียงรายเดียว แต่จะมีคู่แข่งจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน
     

      (3) การผลิตหรือการจัดหาผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย

          ปัจจุบันบริษัท ไทย โอ.พี.พี.จำกัด (มหาชน) มีโรงงาน 7 แห่ง ตั้งอยู่ ตามลำดับ ดังนี้

      1. 119 หมู่ 4 นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร        โดยผลิตสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิล์มพลาสติก โทร. 0-2326-0929-30
      2. 3706/1 ซอยประดู่ 1 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร โดยทำการรับจ้างพิมพ์ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบริการการพิมพ์ โทร. 0-2294-5696
      3. 2234/3-5 ถนนจันทน์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร โดยทำการผลิตงานพิมพ์ฉลากกาวโทร. 0-2678-1051-5 , 0-2285-4940
      4. 107 นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง หมู่4 ถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง   กรุงเทพมหานคร

        โดยผลิตผลิตภัณฑ์หลอดลามิเนท โทร. 0-2326-0929-30

      1. 85/2 หมู่1 นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ ตำบลหอมศีล อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยผลิตผลิตภัณฑ์หลอดลามิเนทและฟิล์มหด โทร. 038-570-860 – 2, 038-842-762 - 5
      2. 91/3 หมู่ 5 ตำบลบางสมัคร อำเภอ บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยผลิตฟิล์มแมททัลไลซ์

        โทร. 038-571-676-9

      1. 91/5 หมู่ 5 ถนนบางนา-ตราด ตำบลบางสมัคร อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยทำการผลิตงานพิมพ์ฉลากกาว โทร. 038-571-676-9, 086-341-5812
     
     
     
     
     
     
     
     

      กำลังการผลิตและปริมาณกำลังการผลิตจริง


    รายการ 2554 2553 2552
    กำลังการผลิตเต็มที่
         
           ผลิตฟิล์ม(ตัน) 4,200 4,200 4,200
           Metallized Film 3,000 3,000 3,000
           การพิมพ์ (พัน ต.ร.ม) 11,115 11,115 9,000
           หลอดลามิเนท (ล้านหน่วย) 70 70 70
    (เวลาทำงาน 24 ชั่วโมง/วัน : 300 วัน/ปี)      
    ปริมาณการผลิตจริง
         
           ผลิตฟิล์ม(ตัน) 1,816 2,163 2,240
          Metallized Film 1,539 1,163 971
           การพิมพ์ (พัน ต.ร.ม.) 6,696 6,526 5,280
           หลอดลามิเนท (ล้านหน่วย) 33.97 35.18 36.25
    การใช้กำลังการผลิต (%)      
           ผลิตฟิล์ม 43.24 51.50 53.33
          อัตราเพิ่ม(ลด)ของปริมาณการผลิต (16.04) (3.44) 2.79
          Metallized Film 51.30 38.76 32.36
           อัตราเพิ่ม(ลด)ของปริมาณการผลิต  32.33 19.77 13.57
           การพิมพ์ 60.24 58.71 58.67
           อัตราเพิ่ม(ลด)ของปริมาณการผลิต  2.60 23.63 9.54
           หลอดลามิเนท 48.53 50.25 51.79
           อัตราเพิ่ม(ลด)ของปริมาณการผลิต  (3.44) (2.95) (3.34)

        * ปี 2553 บริษัทลงทุนในเครื่องพิมพ์ เพิ่มจำนวน 1 เครื่อง ทำให้กำลังการผลิตเต็มที่ของแผนกนี้เพิ่มขึ้นตามที่แสดง 

    จำนวนกะที่ผลิต (1 กะ ต่อ 8 ชั่วโมง) 2554 2553 2552
    ผลิตฟิล์ม กะที่ผลิตได้ 3   กะ 3   กะ 3   กะ
      กะที่ผลิตจริง 2   กะ 3   กะ 3   กะ
    การพิมพ์ กะที่ผลิตได้ 3   กะ 3   กะ 3   กะ
      กะที่ผลิตจริง 2   กะ 2   กะ 2   กะ
    หลอดลามิเนท กะที่ผลิตได้ 3   กะ 3   กะ 3   กะ
      กะที่ผลิตจริง 3   กะ 3   กะ 3   กะ
     
     
     

    วัตถุดิบ และผู้จำหน่ายวัตถุดิบ 

    วัตถุดิบ

    วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าหลักของบริษัทนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังต่อไปนี้

     

          จำนวนผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
        2554 2553 2552
      เม็ดพลาสติก 18 ราย 16 ราย 13 ราย
      ฉลากกาว (Sticker) และหมึกพิมพ์ 27 ราย 28 ราย 11 ราย
      ฟิล์มสำเร็จรูป 10 ราย 9 ราย 7 ราย

     

          อัตราส่วนที่ซื้อ(ในประเทศ : ต่างประเทศ)
        2554 2553 2552
      เม็ดพลาสติก 80 : 20 80 : 20 80 : 20
      ฉลากกาว (Sticker) และหมึกพิมพ์ 82 : 18 97 : 3 100 : 0
      ฟิล์มสำเร็จรูป 60 : 40 92 : 8 98 : 2
     

    จากตารางข้างต้น ในส่วนของวัตถุดิบประเภทเม็ดพลาสติกทางบริษัทสามารถหาแหล่งวัตถุดิบจากแหล่งภายในประเทศได้สูงถึงร้อยละ 80 ซึ่งนับว่าเป็นผลดีในแง่การควบคุมต้นทุนผลิต และความเสี่ยงของบริษัท จากการแปรผันทางเงินตราต่างประเทศได้ ส่วนแหล่งวัตถุดิบในประเทศ บริษัทก็มิได้พึ่งพิงการซื้อวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายแต่เพียงรายเดียวและมิได้มีสัญญาหรือข้อผูกมัดการซื้อวัตถุดิบในอนาคต ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บริษัท สามารถต่อรองการซื้อขายกับผู้จำหน่ายวัตถุดิบรายอื่น ๆได้หากมีการเปลี่ยนแปลงในราคาวัตถุดิบของผู้จำหน่ายแห่งใดแห่งหนึ่ง หากมองอย่างผิวเผิน จะเห็นว่าลักษณะการดำเนินธุรกิจของบริษัท การติดต่อซื้อขายยังคงเป็นไปแบบเดิมๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ทั้งจำนวนผู้ขาย และสัดส่วนการซื้อ-ขายระหว่างในประเทศกับต่างประเทศก็ไม่แตกต่างไปจากปีก่อนๆ แต่ข้อเท็จจริงคือ ปัจจุบันธุรกิจของบริษัทเผชิญกับปัญหาด้านการแข่งขันในระดับสูง แต่ด้วยความชำนาญและชื่อเสียงด้านการดำเนินธุรกิจ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ได้อย่างดี 

    วัสดุที่นำมาใช้ทดแทนวัตถุดิบ

    บริษัทได้ศึกษาความเป็นไปได้ที่จะหาวัสดุที่นำมาใช้ทดแทนวัตถุดิบที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งได้เปลี่ยนสูตรผสมเม็ดพลาสติกได้สำเร็จ สำหรับฟิล์มบางประเภท โดยใช้วัตถุดิบที่ผลิตได้ในประเทศไทย สำหรับกลุ่มหลอดลามิเนท การพัฒนาทางเทคโนโลยีของบริษัท ทำให้บริษัทสามารถผลิตหลอดที่ใช้ Aluminum Foil ที่บางลง ซึ่งสามารถลดต้นทุนในการผลิตได้ อีกทั้งยังเป็นผลดีต่อลูกค้าที่สามารถลดต้นทุนการผลิตได้เช่นกัน 

     

    ผู้จำหน่าย

    เนื่องจากบริษัทเน้นวัตถุดิบที่คุณภาพสูง มีการพัฒนาของการจัดระบบการจัดซื้อทั้งในส่วนฐานข้อมูล การเชื่อมต่อระหว่างฝ่ายผลิตและคลังวัตถุดิบกับฝ่ายจัดซื้อ การจัดระบบการจัดซื้อให้มีกระบวนการจัดฐานข้อมูลเพื่อช่วยตัดสินใจและแยกแยะจัดกลุ่มงานให้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งแนวโน้มในอนาคตบริษัท ยังคงซื้อวัตถุดิบจากผู้จำหน่ายรายเดิม ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นกัน ความสัมพันธ์กับผู้จำหน่ายเป็นความสัมพันธ์ในทางธุรกิจโดยปกติ  ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความยุติธรรม  ความซื่อสัตย์ และผลประโยชน์ร่วมกัน และมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างกันมายาวนาน

    ขบวนการผลิตมีการกำจัดวัสดุเหลือใช้

    กระบวนการผลิตฟิล์มของบริษัทเป็นกระบวนการผลิตแบบใช้ความร้อนเป็นตัวหลอมละลายแล้วรีดเป็นแผ่นพลาสติก ซึ่งไม่ก่อให้เกิดมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อม ใช้วัตถุดิบเม็ดพลาสติกในกลุ่ม P.E. (Polyethylene) ซึ่งไม่มีความเป็นพิษเมื่อหลอมละลาย อีกทั้งในกระบวนการผลิต ยังมีเศษฟิล์มบางส่วนที่สามารถหมุนเวียนกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต (Re-cycle) ส่วนเศษพลาสติกที่เป็นของเสียเหลือจากการผลิตก็สามารถขายตลาดล่าง เพื่อนำไปหลอมเป็นเม็ดใหม่สำหรับนำไปใช้ผลิตกับสินค้าอีกประเภท เช่น ทำถุงขยะ ฉีดถังพลาสติก สำหรับสิ่งปฏิกูลและวัสดุไม่ใช้แล้วที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตราย ตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมที่ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 บริษัทได้ทำสัญญาว่าจ้างให้บริษัทผู้ให้บริการบำบัดและกำจัดของเสียจากอุตสาหกรรมเป็นผู้ดำเนินการ และบริษัทไม่มีข้อพิพาทหรือการถูกฟ้องร้องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ในปีที่ผ่านมา 

      (4) งานที่ยังไม่ส่งมอบ

           - ไม่มี – 


     

     

Set Home | Add to Favorites

All Rights Reserved Powered by Free Document Search and Download

Copyright © 2011
This site does not host pdf,doc,ppt,xls,rtf,txt files all document are the property of their respective owners. complaint#nuokui.com
TOP